โหลๆ วันนี้จะแว้ะมาเเชร์ เรื่อง  "ประโยชน์ของการ กินแมงลักจร้า"  สาระดีๆ แด่สาวๆท้องผูก และคนใส่ใจสุขภาพ สวยจากแต่งหน้าไปแล้ว มาสวยจากลำไส้ใหญ่!!กันบ้างน้ะค้ะะะะ.....อิอิ...... 

สวยจากแต่งหน้าไปแล้ว มาสวยจากลำไส้ใหญ่!!กันบ้างน้ะค้ะะะะ.....อิอิ...... 

วันนี้ก็ไม่มีอะไรมากค่ะจะมาแชร์ ประสบการณ์การกินแมงลัก เพื่อสุขภาพ  ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่า บทความนี้เหมาะมากกกก สำหรับสาวๆที่ท้องผูก ถ่ายยาก ถ่ายลำบาก หรือ 3 วันถ่ายคือ  คือต้องอ่าน แล้วทำความเข้าใจแล้วไปทำตามน้ะจ้ะ ม่ะ เริ่ม

 

ก่อนอื่นเลยฝนต้องบอกว่า เมื่อก่อนโน้นไม่เคยจะใส่ใจกับสุขภาพอาหารการกินการขับถ่ายเลย  (คือช่างมันตลอด ไม่ถ่ายสิ่ดี ไม่ต้องเข้าห้องน้ำบ่อย ไม่ต้องเสียเวลาในตอนเช้าเพื่อทำธุระ อาบน้ำเสร็จก็จะได้รีบไปเรียนไปทำงาน ) แต่คุณพระ !!  นั่นมันเป็นความคิดที่ผิดดดดอย่างมหันต์ คิดผิดมาตลอด(นี่ที่ผ่านมาฉั้นเอา"น้ำอึ"ใช้แล้วมาเลี้ยงสมองและร่างกายฉั้นเร้อะะะ..กำจริงๆ)

จนเมื่อ 2 ปีก่อน คุณย่าเสียจากการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ (คือไปดูแลคุณย่าตลอด ระยะเวลาที่แกป่วยจนแกสิ้นลม) ถึงได้มาศึกษาเรื่องมะเร็งลำไส้ใหญ่ คือ ตอนนั้นแค่พยายามหาหนทางที่จะรักษาคุณย่าให้หาย แต่ได้มีโอกาสอ่านเจอเกี่ยวกับวิธีการป้องกันไม่ให้เป็นมะเร็งลำไส้ (คือเห็นคุณย่าเป็นตัวอย่างแล้วทั้งสงสารแกที่ต้องทรมาน และก็กลัวโรคนี้กันด้วย แกปวดท้องทรมานมาก) เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ฝนหันมาใส่ใจสุขภาพ ทั้งการออกกำลังกายและการกินแมงลักเพื่อการขับถ่าย 

จริงๆแล้วเราต้องขับถ่ายทุกๆวัน ย้ำน้ะค้ะว่าต้องทุกวันใครไม่ทุกวันพูดเลยว่า ลำไส้จะดูดน้ำในอุจจาระกลับขึ้นมาใช้ใหม่ (เคยได้ยินหมอบอกอาการนี้เรียกว่า "ขรี้ขึ้นสมอง" 555)  คือฟังดูตลกแต่มันจริงๆค่ะ เราเอาของเสียกลับมาใช้ใหม่ดูดซึมแล้วเอามาใช้ทั่วร่างกาย นั่นก็เป็นอีกสาเหตุของการเกิดโรค การไม่ถ่ายเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ และนานๆถ่ายทีทำให้เราถ่ายยาก ถ่ายลำบาก อุจจาระเเข็ง ถ้าในรายที่เบ่งบ่อยๆ ก็จะเป็นริซซี่ได้ (ริดสีดวงทวาร)  มีเลือดออกตอนถ่าย ร่วมกับการเจ็บตู๊ด เพราะมีบาดเเผลที่ประตูใหญ่ของเรา ลำบากหาหมออีกน้ะค้ะถ้าเป็นเยอะ (หาไม่เท่าไหร่อายหมอสิ่ค้ะ) ในรายที่กินผักเยอะๆ ไม่น่าจะมีปัญหาในเรื่องของท้องผูกหรือไม่ถ่าย  แต่คนที่ไม่กินผัก หรือร่างกายได้รับไฟเบอร์น้อย ก็จะทำให้เกิดอาการนี้ ค่ะ   การไม่ถ่ายหรือหลายวันถ่ายทีมันไม่ดี ก็เพราะ มันจะทำให้เกิดโรค ผิวพรรณไม่สดใส หมองคล้ำ เป็นสิว ท้องป่อง สารพิษสะสม เป็นบ่อเกิดของโรคทั้งนั้นนนนนนเลยเเกร 

ดังนั้น เราจึงต้องทำการดีทอกค่ะ หรือ กินแมงลักเพื่อให้เราถ่ายเอาของเสีย!!ออกจากร่างกาย ให้ได้ทุกวัน  เราจะไม่เอาน้ำอึ!!กลับมาใช้ใหม่น้ะค้ะ บั่นทอนความสวยเราแย่เรย  เม็ดแมงลักเค้าจะมีลักษณะเป็นเม็ดพองๆนิ่มๆ พอเรากินเข้าไปแล้วก็จะช่วยให้เราถ่ายคล่องค่ะ (กินในปริมาณที่พอเหมาะน้ะคะ พอที่จะปั้นเป็นลำสวยๆได้ 555 พูดส้ะเห็นภาพ) ส่วนตัวที่ฝนกินน้ะค้ะ คือป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ค่ะ ถ่ายได้ทุกวันก็ระบายของเสียได้ทุกวัน ระบายง่ายไม่อึดอัดท้อง (หน้าท้องไม่โต)ไม่เอาของเสียมาใช้ ไม่มีอุจจาระค้างเก่าในลำไส้มีแต่ของใหม่ๆออกทุกวัน 5555 (นี่เป็นอีกวิธีที่คิดว่ามันทำให้เราสวยและสุขภาพดีได้แน่นอนไม่ใช้ของเสียมาหล่อเลี้ยงร่างกาย)  ลดความเสี่ยงโรคที่ได้บอกไป  เดี๋ยวฝนจะบอกประโยชน์ข้ออื่นๆอีกน้ะค้ะ มันมีประโยชน์มากจริงๆค่ะ

 

 

ประโยชน์ของเม็ดแมงลัก

  1. เม็ดแมงลัก ลดความอ้วน เพราะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ เพราะมีสรรพคุณในการเปลี่ยนคอเลสเตอรอลไปเป็นกรดน้ำดี และยังช่วยเพิ่มการขับออกของกรดน้ำดีด้วย ซึ่งจะไปลดเฉพาะคอเลสเตอรอลไม่ดี (LDL) แต่ไม่มีผลใด ๆกับคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL)
  2. เม็ดแมงลัก ลดน้ําหนัก ตัวช่วยสำหรับผู้ที่ต้องควบคุมน้ำหนักและความอ้วน เนื่องจากเม็ดแมงลักไม่ก่อให้เกิดพลังงาน และมันสามารถพองตัวได้มากถึง 45 เท่า !! เมื่อนำมารับประทานเป็นอาหาร (ควรรับประทานแค่บางมื้อต่อวัน เพื่อป้องกันโรคขาดสารอาหาร) หรือจะรับประทานก่อนอาหารเพื่อทำให้กระเพาะไม่ว่างและรู้สึกอิ่มเป็นการช่วยควบคุมปริมาณอาหารที่รับประทานไปด้วยเป็นอย่างดี สำหรับวิธีชงเม็ดแมงลักก็คือใช้เม็ดแมงลักประมาณ 2 ช้อนชานำมาแช่น้ำ 1 แก้วใหญ่ทิ้งไว้จนพองตัวเต็มนำมาผสมกับน้ำร้อน 1 แก้วที่แล้วนำมารับประทาน (หรือจะผสมกับน้ำผึ้ง น้ำสมุนไพร หรือนมก็ได้)
  3. ประโยชน์เม็ดแมงลัก เมื่อรับประทานเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคหัวใจได้อีกด้วย
  4. เม็ดแมงลักเป็นอาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพราะช่วยทำให้การดูดซึมของน้ำตาลลดลง เนื่องจากเม็ดแมงลักทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ช้าลงอยู่แล้ว
  5. เม็ดแมงลักเป็นอาหารที่รับประทานง่าย กลืนง่ายลื่นคอและเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยรับประทานอาหารที่มีกากใยอย่างพวก ผักผลไม้
  6. ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้เป็นปกติและมีประสิทธิภาพ ขับถ่ายสะดว  กระบบขับถ่ายและการไหลเวียนภายในร่างกายสมดุลยิ่งขึ้น 
  7. เม็ดแมงลัก สรรพคุณล้างลำไส้ ช่วยดีท็อกซ์แก้ปัญหาอุจจาระตกค้าง ซึ่งเป็นสาเหตุมาจากการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด รับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย มีพยาธิ ระบบย่อยอาหารผิดติ ระบบดูดซึมเสีย และขับถ่ายไม่เป็นเวลา (ช่วงเช้า 05.00 – 07.00 น.)ล้างลำไส้ช่วยให้มีการขับของเสียได้ดี โดยไม่ต้องพึ่งยาระบาย โดยเฉพาะท่านที่มักท้องผูก ช่วยล้างไขมันในลำไส้เล็ก 
  8. ช่วยทำให้ผิวเรามีสุขภาพดี เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล
  9. ช่วยให้พุงยุบ ไม่มีของเสียตกข้างอยู่ในลำไส้ของเรา 

ในรูปนี่ต้องเติมน้ำอีกน้ะค้ะ จะได้กลืนง่ายๆ  รับประทานกับน้ำเปล่าเพียวจะได้ไม่อ้วน แต่ถ้าใครไม่ไหว ระยะแรกหย๋วนๆให้ใส่กับนมถั่วเหลือง หรือน้ำผึ้งก็ได้ค่ะ  อ่อ เม็ดเเมงลักกินแล้วไม่มีพลังงานน้ะค้ะ ไม่ต้องกลัวอ้วนค่ะ

วิธีการรับประทาน 

 

1.ตักแมงลัก 1ช้อนโต้ะ ต่อน้ำ 1 แก้ว ใหญ่ (ประมาณแก้วกาแฟเย็นก็ได้ค่ะ หรือมากกว่านั้น) เเช่ในน้ำอุ่น (จะพองตัวได้เร็ว)

ในกรณีของคนที่เป็น สายเเข็ง (ธาตุแข็ง )555  ออกลำบาก เพื่อลำที่อวบอิ่มและสวยงาม 2 ช้อนโต๊ะค่ะ ฝนกิน 2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ 1 แก้ว (แก้วกาแฟอเมซอนเย็นแก้วใหญ่ค่ะ น้ำเต็มแก้ว ) รอให้ แมงลักบานเต็มที่แล้วค่อยกินน้ะค้ะ หรือเเพื่อความชัว รอ30 นาที ก่อนก็ได้ค่ะ  จะจิบระหว่างวันเรื่อยๆ หรือถ้าไหวรวดเดียวกระดกเรยค่ะ (แต่วิธีกระดกเลยต้องคนกินมานานแล้วเพราะอาจจะทำใจกลืนลำบากเพราะมันจืด)  

คนที่กินเพื่อลดน้ำหนัก ทานก่อนอาหารสักแก้วก่อนมื้ออาหารสัก 20-30 นาทีค่ะ  

 

คำเตือน  1.ต้องกินตอนที่แมงลักบานเต็มที่แล้ว เท่านั้น !! น้ะค้ะ

2.ปริมาณน้ำต้องมากพอ หาก หนืดมากเราจะกลืนยากและเม็ดจะไม่พองบานเต็มที่จะไปดูดน้ำในลำไส้เราแทนห้ามกินมากเกินขาด ไม่งั้นอึดอัดท้องเราอีก ทำให้ไม่สบายท้อง

3.กินปริมาณที่พอเหมาะค่ะ 1-2 ช้อนโต้ะ (กับน้ำแก้วโตๆ)เกินกว่านี้ อาจจะอึดอัดท้องได้ 

คาถากินง่าย : หมดแก้วๆ  ท่องไว้ค่ะ "ฉันจะสวยจากลำไส้ใหญ่" ^^  ไม่ได้กินชั้นหร้อกกกมะเร็งลำไส้ เพราะฉั้นถ่ายทุกวัน !!

 

 

หาซื้อได้ที่ห้างสรรพสินค้าทั่วไป

 

ที่บ้านกินกันเป็นประจำ ซื้อมาเป็นโล ๆ คุณแม่ซื้อมาจากสันติอโศก  ถุงละ 60 บาท ค่ะ ปลอดสารพิษ   ไม่แพงด้วย 

 

 

 

สุดท้ายนี้ก็มีสาระเกี่ยวกับการสังเกต " อึ"  ของเรามาให้อ่านกันค่ะ ส่องกันแล้วจะได้ไปบิ้วให้อึเราสวยงามสุขภาพดีน้ะค้ะ 

สีของอุจจาระจะสามารถบ่งบอกถึงโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ของผู้เป็นเจ้าของได้ เพราะหากระบบทางเดินอาหารทำงานผิดปกติ สีและลักษณะของอุจจาระจะเป็นตัวบอกว่า อะไรกำลังเกิดขึ้นภายในร่างกาย เพื่อให้รู้ว่า เรามีสุขภาพดีหรือไม่
       
       หากทุกคนรู้วิธีสำรวจด้วยตนเอง ก็จะช่วยหลีกเลี่ยงความเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆ หรืออาจได้เวลาต้องไปพบแพทย์แล้ว
       
       เพราะฉะนั้น มาเริ่มต้นเช็คสี “อึ” กันได้แล้ว ดูซิว่าเรายังสบายดีรึเปล่า?
       
    
 สีอุจจาระที่อาจเป็นปกติ
       
       1. สีน้ำตาลอ่อน เป็นสีอุจจาระที่บอกถึงสุขภาพที่ดี ระบบทางเดินอาหารเป็นปกติ ควรเช็คสีอุจจาระเป็นประจำและจดบันทึกวันละ 2 ครั้ง
       

       อุจจาระที่สีออกโทนน้ำตาลถึงน้ำตาลอ่อน ซึ่งเป็นสีที่เกิดจากน้ำดีระหว่างการย่อยอาหาร หรือสีเขียว ซึ่งเป็นสีที่เกิดจากผักสีเขียว ถือว่าปกติ แต่หากมีสีน้ำตาลเข้ม จะบ่งบอกว่า ลำไส้อาจเกิดปัญหารุนแรง เนื่องจากมีเลือดออก
       
       2. สีแดงคล้ำหรือดำคล้ำ หากอุจจาระของคุณมีสีเช่นนี้ แม้จะดูน่ากลัว แต่อาจไม่แย่เสมอไป เพราะสีดังกล่าวมักเกิดจากอาหารหรือยา
       
       อุจจาระสีออกโทนแดง อาจเกิดจากอาหารที่มีสีแดง เช่น มะละกอ แตงโม กระเจี๊ยบ ซอสมะเขือเทศ เยลลี่สีแดง เครื่องดื่มสีแดง ที่รับประทานเป็นจำนวนมาก
       
       หากอุจจาระสีดำคล้ำ อาจเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีสีดำ เช่น ตับหมู ตับวัว ตับเป็ด ตับไก่ เลือดหมู เฉาก๊วย ขนมเปียกปูนสีดำ ข้าวเหนียวดำ ลูกหม่อน ยาบำรุงเลือดที่มีธาตุเหล็ก หรือยาแก้ท้องเสียบางชนิด
       
       3. สีเขียว อุจจาระสีโทนเขียว ดูประหลาดก็จริง แต่ถือว่าปกติ ซึ่งอาจเกิดจากการที่อาหารเคลื่อนผ่านลำไส้ใหญ่เพื่อการดูดซึมเร็วเกินไป จนเกิดเป็นสีเขียว (ทั้งนี้ไม่นับรวมอุจจาระร่วงที่อาจมีสีเขียวหรือสีอื่นๆ ซึ่งถือว่าผิดปกติ) หรือเกิดจากการรับประทานผักสีเขียว เช่น ผักโขม ผักบุ้ง หรือยาบางชนิด
       
 สีอุจจาระที่เป็นอันตราย
       
       1. อุจจาระสีดำเข้มเหมือนยางมะตอย นี่คือสัญญาณอันตรายที่ชี้ว่า มีภาวะเลือดออกภายใน ต้องไปพบแพทย์โดยด่วน เพื่อตรวจอาการเลือดออกบริเวณทางเดินอาหารด้านบน ลำไส้ กระเพาะอาหาร หรือหลอดอาหาร
       
       หากถ่ายอุจจาระเป็นสีดำบ่อยครั้ง อาจบ่งชี้ว่า คุณเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมีภาวะเลือดออกภายใน หรืออุจจาระที่มีสีดำเกินไป แข็งเกินไป หรือยาวเกินไป ก็จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เช่นกัน
       
       2. อุจจาระมีเลือดปนออกมาจำนวนมาก มักเกิดจากริดสีดวงทวารภายในหรือภายนอกแตก หรืออุจจาระมีสีแดงสดบอกถึงภาวะเลือดออกบริเวณลำไส้ใหญ่หรือสำไส้ตรง เพราะฉะนั้น ควรไปพบแพทย์โดยด่วน
       
   นอกจากนี้ อุจจาระสีแดงอาจเกิดจากภาวะเลือดออกในลำไส้ เช่น ถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ ผนังลำไส้แตก ซึ่งควรพบแพทย์ในทันทีเช่นกัน
       
       3. อุจจาระสีเหลือง มีคราบมัน และกลิ่นเหม็น ไขมันส่วนเกินที่อยู่ในอุจจาระ อาจเกิดจากระบบการดูดซึมอาหารผิดปกติ เช่น โรคเซลีแอค (เป็นอาการผิดปกติเกี่ยวกับการดูดซึมอาหารของลำไส้) ซึ่งเป็นโรคแพ้กลูเตน ที่มีอยู่ในขนมปัง ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ จึงควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย
       
       อุจจาระสีเหลืองถือว่าผิดปกติ และอาจเป็นอาการของโรคร้ายแรง สาเหตุที่ทำให้อุจจาระมีสีเหลือง อาจเกิดจากภาวะที่ทำให้การผลิตเอนไซม์ไลเพลสจากตับอ่อนลดลง หรือสกัดกั้นการลำเลียงเอนไซม์ดังกล่าวไปยังลำไส้
       
       4. อุจจาระร่วงสีเหลืองที่เกิดจากการติดเชื้อไกอาเดีย ซึ่งเป็นปรสิตที่พบในของเน่าเสียและน้ำเสีย ที่อาจทำให้อุจจาระร่วง มีไข้ และมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ หากอุจจาระยังมีสีเหลืองนานเกิน 1-2 วัน ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน
       
       5. อุจจาระสีเทาเหมือนขี้เถ้า อาจบอกถึงภาวะที่ตับหรือตับอ่อนกำลังมีปัญหา ซึ่งอาจเป็นตับอ่อนอักเสบ ตับแข็ง หรือตับอักเสบ ต้องรีบปรึกษาแพทย์ทันที เนื่องจากตับอ่อนอาจอักเสบหรือติดเชื้อ เพราะโดยปกติน้ำดีที่ขับออกจากตับ เป็นตัวทำให้อุจจาระมีสีน้ำตาล การที่น้ำดีมีไม่เพียงพอ อุจจาระจึงกลายเป็นสีเทา ซึ่งบ่งบอกว่า การผลิตน้ำดีหรือท่อน้ำดีอุดตัน ซึ่งอาจเกิดจากนิ่วในถุงน้ำดี การติดเชื้อ แผล หรือเนื้องอกที่บริเวณตับ ตับอ่อน หรือถุงน้ำดี
       
       หากอุจจาระสีอ่อน ขาว หรือสีคล้ายดิน อาจบอกได้ว่า ในอุจจาระขาดน้ำดี ซึ่งมีสาเหตุจากท่อน้ำดีอุดตัน หรือผลข้างเคียงจากการรับประทานยาแก้ท้องเสีย bismuth subsalicylate และยาแก้ท้องเสียอื่นๆมากเกินไป

 

หวังว่าบทความนี้จะทำให้เกิดประโยชน์กับผู้ที่อ่าน และทำให้สาวๆสวยใสจากลำไส้ใหญ่กันเลยทีเดียวกันเลยจร้า  ^^

 

การไม่มีโรคภัย คือ ลาภอันประเสริฐ

 

ข้อมูลจาก http://www.manager.co.th/Dhamma/ViewNews.aspx?NewsID=9570000013001&Html=1&TabID=3&

                http://health.kapook.com/view117877.html