เล่าประสบการณ์ Work Shop by Thefaceshop Thailand @Seoul  Korea 

งวดนี้ทีมไทยไม่ได้มาเล่นๆ พากัน บินลัดฟ้าไป ทำwork shop อัพเดทความสวยงามที่เกาหลี พร้อมเหล่าบิ้วตี้บล็อกเกอร์สาว ๆ สวยๆ แซ่บๆปัง 

เย้!!!...ถึงเกาหลีกันแล้วน้ะค้ะ ยืนตากความหนาวเย็นกันสักพัก ในระหว่างรอรถมารับเข้าโรงแรม มีความตื่นเต้นกะ ความหนาวที่เกาหลี  
(เพราะบ้านเราร้อนตลอดเว)

ขอเติมหน้าก่อนไปหาของกินก่อนน้ะค้ะ อากาศที่นี่หนาวมากกก เข้าใจฟิลลิ่งของสาวเกาหลีเลยว่าทำไมต้องใช้คูชั่น
คือผิวมันจะแห้ง เลยต้องใช้รองพื้นน้ำ ที่สามารถให้ความชุ่มชื้นกับผิว และก็เติมได้ตลอดวัน  เดินๆหาของกินในย่านเมียงดง
คือสังเกต คนที่นี่ผิวขาวผิวดีกันทุกคนเรย เพราะสภาพอากาสหนาวยังงี้นี้เอง  ต้องใส่เสื้อผ้าหนาๆแดดก็ไม่ค่อยมี จะว่าดีก็ดี แต่หนาวแบบนี้ยังไม่ค่อยชินเลยค่ะ
สาวๆต้องขนเสื้อหนาวกันมาหลายชั้นมั่ก

เย้เช้าวันแรก บอกแล้วว่าทีมไทยไม่ได้มาเล่นๆ คอสตูมแน่นกันนิสนึงน้ะค้ะ เพราะว่าอากาสหนาวด้วยแต่ละคนก็มีความแฟชั่น5555 ขนกันมาหลากหลาย จัดไปค่ะ 

คลาสแรก สอนโดย Makeup Artist Kim Seungwon 

สาวๆแจกความสดใสยามเช้า  โคเรียกันทุกนาง ^^

มาค่ะเป็นงานเป็นการบ้าง ^^ อันนี้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ของ Thefaceshop ที่กำลังจะเข้าไทย ในปี 2017  น้ะค้ะ  
มากมายหลายสิ่ง คูชั่นเอย ลิปเอย สกินแคร์เอย น่าใช้ท้างน้านเบรย

 

ไปค่ะเริ่มเรียนกันเลย  เอาภาพบรรยากาสเล็กๆน้อยๆมาฝากกัน  

ครูบอกว่าเยี่ยมมม!! 55555

มี Live บ้างไรบ้าง  (ในเพจ Thefaceshop )

นี่ก็Live กะเค้าด้วย 

พักเบรก พากันไปหาที่ถ่ายรูปกันค่ะ ได้กันคนละนิดคนละหน่อย 555 แก้เครียด (จริงๆก็ไม่ได้เครียดนะค้ะแต่ฝนเป็นเด็กไฮเปอร์นั่งอยู่กะที่นานๆไม่ค่อยได้  ได้จือมาจิ่กค่อยยังชั่ว555)

มาต่อคลาส  2 ค้ะ เป็นงาน เทคนิคเขียนคิ้วให้เข้ากับรูปหน้า ครูใจดีมากเลยค่ะ ช่วยดูให้ทุกคน

แต่ละคนมีความตั้งใจเรียนรู้เทคนิคกันมากๆ

ของน้ำฝน คุณครูช่วยแนะนำเรื่องปัดแก้ม 

 

คุณครูตั้ลร้ากกก

ปิดจ๊อบค่ะวันนี้  ทางทีมงาน Thefaceshop เกาหลี เค้าพามากินหมูย่างเกาหลี เป็นร้านดัง คืออร่อยม๊ากกก  อากาสหนาวๆแบบนี้กินหมูย่างฟินสุดๆ 

เย้เข้าสูวันที่ 2  เป็นคลาสเรียนเพื่อเลือกโทนสีให้เข้ากับตัวเอง เพื่อเอามาปรับลุค ให้เราดูดีขึ้นค่ะ  
คือเอามาใช้ได้ทั้งเรื่องการเลือกเสื้อผ้าและการเลือกเฉดสีเมคอัพในการแต่งหน้าด้วย เป็นคลาสที่ดีมากๆเรย ไม่เคยรู้อะไรมีหลักการ ( ปกติคือทาบๆเอา)

ตัวอย่างในรูปคือนายแบบใส่สีฟ้าแล้วปังกว่าสีเขียว เห็นมั้ยค้ะ คือดูผ่านๆ เค้าใส่ได้ทั้ง2 สี แต่สีฟ้า เค้าจะดูบั่บหล่อ แพงหล่อโอป้า สาวกรี้ดๆ 555 
ทีนี้วันนี้คุณครูมีแถบผ้า มาให้สาวๆทาบกันด้วยได้พอแยกออกว่า เราเป็นสาว Cool tone หรือ Warm โทน

 

ป้าบบบบ พาดที่ไหล่เรยจร้า คืองงตัวเองเหมือนกัน ว่าฝั่งไหนเริ่ดกว่า

พี่เลี้ยงเลยมาช่วยดูให้ค่ะ รอบนี้มีเทคนิคล้ำลึก เค้าให้ดูที่เส้นเลือดดำค่ะว่าเราดำหรือเขียว  อันนี้คือต้องดูประกอบๆกัน ทั้งสีตา สีผม น้ะค้ะ
ของฝน เส้นเลือดดำ ดำแบบ โทน ม่วงน้ำเงิน จึง เหมาะกับ Cool tone   ส่วนสาวๆที่เส้นเลือดดำออกไปทางเขียว ก็จะเหมาะ กับสี warm tone ค่ะ 
แต่บางคนแค่เอาชาร์ตสี ยกขึ้นมาเทียบกับหน้าก็รู แบบเห็นชัดเลยว่าโทนไหนเหมาะ 

จริงๆปกติจะรู้แค่ว่าตัวเองชอบสีชมพู เพราะว่าใส่แล้วขึ้น วันนี้เลยได้รู้เพิ่มว่า เพราะ สีผม สีตา โทนผิว และเส้นเลือดของเรามันออกมาโทนนี้ เวลาใส่ Cool tone จะขึ้นกว่า
ได้ดังนั้นแล้วก็หยิบปัดแก้ม ตามโทนสีเรยค่ะ เป้ะมากกก

การเลือกสีลิปก็เช่นกันค่ะ  พอดีเค้าแจกแผ่นชาร์ตสีมา เลยได้อาศัยเทียบสี ว่าอันไหนเหมาะกับเรา

สีนี้ทาแล้วรอดแน่นอน เพราะเป็นสาว Cool tone

เพื่อนๆลองเอาชาร์ตนี้ไปเทียบหน้าได้น้ะ  ว่าทาบกะสีไหนแล้วเหมาะกว่า เราจะได้มีโทนในการแต่งกายการเลือกเสื้อผ้าและเครื่องสำอาง 

(อันนี้กลับมาถ่ายที่ไทยเพิ่มเติมน้ะค้ะ)

มาค่ะ ตัวอย่าง เริ่มกันเรย เอาชาร์ตสี  Warm tone มาเทียบ 

และ Cool tone มาเทียบ 

พอจะมองเห็นมั้ยค้ะ  ว่าทาบโทนดูแล้วแลดู มาทาง Cool tone จะแลดูสดใส กว่า Warm tone
สำหรับเสื้อที่ใส่วันนี้ ฝนก็เลือกตามโทนสีในแผ่นชาร์ตเรยน้ะเนี่ย ชิคสุดๆ มีแผ่นนี้แล้วชีวิตดีจุเบรย หาสีที่เข้ากับตัวเอง เอามามิกซ์&แมตช์ ทั้งการแต่งหน้าและเสื้อผ้าได้หมดเรย^^

รอบบ่ายไปเรียนชงชาสมุนไพรแยวาดัมกันค่ะ

ปิดจ๊อบค่ะ  เป็น Trip ที่สนุกได้ความรู้  กินดีอยู่ดีมีความแฮปปี้ มากๆเรยคร้า

 

HAPPY ENDING :)